หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 8 เหตุผลดีๆ ที่ของหวาน ไม่ได้เป็นผู้ร้ายต่อสุขภาพเสมอไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 8 เหตุผลดีๆ ที่ของหวาน ไม่ได้เป็นผู้ร้ายต่อสุขภาพเสมอไป แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

8 เหตุผลดีๆ ที่ของหวาน ไม่ได้เป็นผู้ร้ายต่อสุขภาพเสมอไป (ตอนที่ 3)


ข้อที่สาม ของหวานสามารถช่วยกระตุ้นความโรแมนติกได้

        ของหวานบางชนิดมีสารกรตุ้นที่เปรียบเหมือนเป็นยาโดป ตัวอย่างเช่น พายฟักทอง ในฟักทองประกอบไปด้วยสังกะสีที่เป็นตัวช่วยในการเพิ่มระดับฮอร์โมน testosterone จากการศึกษาของ Smell and Taste Treastment Research Center ใน Chicago พบว่า พายฟักทอง ช่วยการไหลเวียนเลือดในอวัยวะเพศชาย และยังลดความกังวลต่างๆ ทั้งในผู้ชาย และ ผู้หญิง นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า Dark Chocolate ดูจะมีอะไรที่มากกว่านั้น  ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Sexual Medicine พบว่า ผู้หญิงที่ชื่นชอบการทานช็อกโกแล็ตทุกวัน มีความสุขในกิจกรรมทางเพศมากกว่าคนที่ไม่ทานเลย พออ่านถึงตรงนี้แล้วลองไปหาของหวานมาทานกันดูนะครับ 

โปรติดตามตอนต่อไปของประโยชน์ของของหวานนะครับ ยังเหลืออีก 5 ข้อ


ที่มา : http://www.rd.com/health/healthy-eating/reasons-eat-dessert/

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

8 เหตุผลดีๆ ที่ของหวาน ไม่ได้เป็นผู้ร้ายต่อสุขภาพเสมอไป (ตอนที่ 2)

เหตุผลข้อที่สอง ของหวานสามารถช่วยลดความดันเลือดได้




             สำหรับคนที่ชอบทานซ็อกโกแล็ต คงจะดีใจไม่น้อยเพราะ เพียงแค่ทานซ็อกโกแล็ตชิ้นเล็กๆ ทุกวันสามารถลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันได้  ในปี ค.ศ. 2011 Harvard ได้ศึกษาการรับประทาน Dark Chocolate ชิ้นเล็กๆ ทุกวัน เพื่อลดความดันในเส้นเลือด ในกลุ่มตัวอย่าง 1,106 คน ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นเพราะในซ็อกโกแล็ตที่เต็มไปด้วยโกโก้ (ที่มีเฉพาะใน Dark Chocolate) ที่อุดมไปด้วย Flavonoids , สาร antioxidant ที่ช่วยลดความเครียด และมีประโยคต่อระบบภูมิคุ้มกัน

         ทั้งนี้ทั้งนั้น  Love Food & Health ขอแนะนำว่าควรจะรับประทานเฉพาะ Dark Chocolate เท่านั้นเพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ซึ่งมักจะผสมอยู่กับซ็อกโกแล็ตทั่วๆไป

8 เหตุผลดีๆ ที่ของหวาน  ไม่ได้เป็นผู้ร้ายต่อสุขภาพเสมอไป (ตอนที่ 3)


ที่มา : http://www.rd.com/health/healthy-eating/reasons-eat-dessert/

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

8 เหตุผลดีๆ ที่ของหวาน ไม่ได้เป็นผู้ร้ายต่อสุขภาพเสมอไป (ตอนที่ 1)


มีใครเคยรู้สึกผิดหลังจากที่กินเค้กไปก้อนโตๆ บ้างไหมครับ ลองมาดูข้อมูลที่ทางวิทยาศาสตร์ได้อธิบายไว้อย่างมีเหตุผล และทำให้เรากินของหวานในมื้อต่อไปได้อย่างสบายใจขึ้นครับ


ของหวาน (บางอย่าง) สำหรับมื้อเช้า ถือว่าเป็นอาหารหลักเพื่อสุขภาพ

หลายๆ คนตอนยังเด็กๆ หรือแม้แต่ทุกวันนี้อาจจะได้ยินแม่เราพูดบ่อยๆ ว่าอย่างเพิ่งกินขนมหวาน หรือของหวาน จนกว่าเราจะกินข้าว กินผัก หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ดูเหมือนจะเป็นอาหารมื้อหลักๆ หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คุณแม่เราอาจจะต้องตกใจเป็นแน่

จากการวิจัยของ Tel Aviv University ได้ทำการวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ 200 คน ให้รับประทานอาหารที่ มีแคลลอรี่ต่ำ โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 100 คน กลุ่มแรกให้ทานอาหารเช้าที่มีพลังงาน 600 แคลลอรี่ ซึ่งประกอบไปด้วย คุกกี้, เคก, หรือ โดนัท ในขณะอีกกลุ่มให้ทานอาหารที่มีพลังงานเพียง 300 แคลลอรี่ ที่ประกอบไปด้วยโปรตีนล้วนๆ ได้แก่ ทูน่า, ไข่ขาว, ซีส และนม 


ผลของการวิจัยออกมาว่า กลุ่มแรก ที่ทานของหวาน มีความรู้สึกต้องการอาหาร หรือมีความหิว ระหว่างวันลดลง และแน่นอนทั้งสองกลุ่มตัวอย่างน้ำหนักลดเหมือนกัน ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า สาเหตุที่กลุ่มแรกน้ำหนักลดได้เนื่องจาก การรับประทานอาหารที่มีปริมาณ แคลลอรี่สูงในช่วงเช้า เป็นการให้พลังงานกับร่างกายตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงสิ้นสุดของวัน โดยที่ร่างกายไม่จำเป็นต้องการพลังงานเพิ่มอีก แต่ทั้งนี้ของหวานที่รับประทานควรเป็นของหวานที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ข้าวเหนียวมะม่วงแบบไทยๆ หรือแพนเคกกล้วยหอมลาดน้ำผึ้งอย่างฝรั่งๆ ก็ไม่เลวนะครับ แต่ควรงดเว้นของหวานที่มีส่วนประกอบของไขมันอิ่มตัว น้ำตาลทรายที่มากเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรทานให้อยู่ในประมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปครับ ส่วนเหตุผลข้อต่อไป สามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ที่ 8 เหตุผลดีๆ ที่ของหวาน  ไม่ได้เป็นผู้ร้ายต่อสุขภาพเสมอไป (ตอนที่ 2)

ที่มา : http://www.rd.com/health/healthy-eating/reasons-eat-dessert/